[DR] Lloyd 004 : ลูกจ้าง
posted on 13 May 2011 17:05 by lloyd-harper in DR
“....คุณเห็นมีดของผมไหม”
ชายกลางคนละสายตาจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เก่าๆในมือ เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนซึ่งยืนขวางอยู่ที่ประตูหน้าร้าน
ลูกค้าคนแรกของวันนี้เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักโทษสีส้มสด เขามีผมสีดำที่เมื่อสะท้อนแสงแดดก็ออกประกายม่วงดูแปลกตา ตัดเป็นทรงสั้นเหนือต้นคอแบบผู้ชายโดยทั่วไป และมีดวงตาเป็นสีเทาอ่อนแกมเขียวแบบที่ไม่ได้กันเห็นบ่อยนัก ลอยด์เคยเห็นมันเพียงครั้งเดียวจากตอนที่สบกันโดยบังเอิญเมื่อคราวที่มาดื่มเหล้าด้วยกันเมื่อคราวก่อน
ชื่อของเขาคือคาโรย์ แอแกวารี่
“ว่าไงคาโรย์” ลอยด์ทักแบบขอไปทีแล้วโยนแผงวงจรอันหนึ่งที่ใช้การไม่ได้แล้วไปกองสุมยังมุมหนึ่งของร้าน คาโรย์มาตอนเขากำลังง่วนอยู่กับงานพอดี
“มีดของผม - - ตอนที่มาดื่มเหล้ากันคิดว่าคงทำตกแล้วลืมไว้ที่ร้านนี้ครับ”
“มีด?”
ลอยด์ขมวดคิ้วมุ่นทำท่าครุ่นคิดโดยที่มือยังทำงานต่อไปด้วย ....ไอ้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เขาใช้อะไหล่เก่าๆมาต่อรวมเข้าด้วยกันหวังจะใช้เป็นเครื่องแก้เหงาในร้าน สายไฟอะไรก็ต่อถูกทุกเส้นแต่ก็ยังเปิดไม่ติดกะเขาสักกะที
“มีดแบบ Combat knife นะเหรอ เมื่อเช้าฉันเอาไปใช้หั่นผัก... - - Holy shit!!”
คาโรย์สะดุ้งนึกว่าลอยด์ด่าตัวเอง แต่พอมองเขากระฟัดกระเฟียดใส่คอมพิวเตอร์เก่าๆเครื่องนั้นแล้วก็เข้าใจ ลอยด์กำลังโมโหที่ซ่อมเท่าไหร่ๆก็เปิดเครื่องไปจนถึงหน้าจอวินโดวส์ไม่สำเร็จ เจ้าของร้านรับซ่อมสารพัดถนัดเรื่องการซ่อมฮาร์ดแวร์อยู่มากก็จริงแต่เรื่องซอฟต์แวร์ต้องยอมรับว่าห่วยแตกไม่เป็นสับปะรดเอาเสียเลย
“คอมสวะ”
ลอยด์สบถออกมาอีกครั้งทั้งที่ปกติจะเป็นคนใจเย็นแล้วจึงลุกขึ้นจากเคาท์เตอร์ทำงานที่มีเครื่องมือต่างๆวางระเกะระกะเพื่อเดินไปหามีดเล่มที่ว่ามาส่งคืนให้คาโรย์ เขาอุตส่าห์ลงทุนลงแรงนั่งประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกันตั้งแต่เช้าจึงย่อมหงุดหงิดเมื่อต้องเสียแรงเปล่าเป็นธรรมดา
“รอฉันอยู่ที่นี่ ฉันไปเอามีดของเธอมาคืน”
คาโรย์รับคำแล้วยืนค้างอยู่กลางร้านตามที่บอก - - สายตามองตามชายขาพิการที่เดินกะเผลกหายไปในห้องข้างหลังแล้วจึงละมาที่คอมพิวเตอร์เจ้าปัญหาของลอยด์ที่ตั้งเด่นอยู่เหนือสิ่งอื่นๆบนเคาท์เตอร์ทำงานแทน
มันเป็นคอมพิวเตอร์พีซีรุ่นเก่าซึ่งมีร่องรอยการใช้งานที่นานแล้วพอสมควร สีขาวของมันหม่นเก่า ทั้งหนาทั้งใหญ่กว่าโน๊ตบุ๊คหลายเท่า คีย์บอร์ดก็เป็นแบบปุ่มลึกๆซึ่งเลิกนิยมไปนานแล้ว ซ้ำฝาปิดข้างของซีพียูยังไม่มีทำให้เห็นเป็นตัวเครื่องเปล่าๆเปลือยๆมาเลยอีกต่างหาก - - คาโรย์มองสภาพสมบุกสมบันของมันแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อนึกว่ายังมีคนทนใช้อุปกรณ์เก่าๆแบบนี้อยู่ทั้งที่เทคโนโลยีปัจจุบันของโลกก็ก้าวไกลไปมากโขแล้ว
เขารู้ดี
เขาเป็นแฮคเกอร์ซึ่งคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์มาก่อน
ถึงแม้กำลังจะวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอยู่ในใจ แต่ชายหนุ่มก็ยังเผลอเม้มริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยอย่างลืมตัว คาโรย์เดินสองสามเก้าเข้าไปดูสภาพเก่าโทรมของมันอีกใกล้ๆด้วยความตื่นเต้นเพราะตั้งแต่ถูกจับแล้วถูกส่งมายังเกาะเดดรูนซึ่งอาณาเขตกว่าครึ่งเป็นป่า สิ่งนี้เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่เขาเห็น แม้ว่าจะมี spec เครื่องต่างกันราวฟ้ากับเหวแต่มันก็ชวนให้คิดถึงเครื่องที่ห้องส่วนตัวของเขามากเหลือเกิน
ถึงจะเก่าแต่น่าจะยังใช้งานได้นะ......
คาโรย์มองมันแล้วก็ถือวิสาสะพรมนิ้วลงบนตัวเครื่อง ไล่ลงมายังคีย์บอร์ดความความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนกับได้เจอเพื่อนเก่า
------------------------------------
ลอยด์เสียเวลาหามีดเล่มที่ว่าของนักโทษหนุ่มไม่นาน เขาเอาไปใช้หั่นผักประกอบอาหารแบบลวกๆให้ตัวเองเมื่อเช้านี้ ด้วยความสงสัยว่ามีดหน้าตาแปลกๆเล่มนี้หลงมาอยู่ในร้านได้อย่างไรจึงเก็บแยกเอาไว้ต่างหาก เขากำด้ามของมันเอาไว้ในมืออย่างทะมัดทะแมง เดินกลับจากครัวแคบๆจะออกมายังส่วนร้านรับซ่อมด้านหน้า แต่ก็ต้องหยุดชะงักเอากลางทางเสียก่อนเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของมีดกำลังลงมือทำอะไรบางอย่างกับคอมพิวเตอร์ของเขา
คาโรย์กำลังนั่งลงบนที่ซึ่งลอยด์เคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ มือกดพิมพ์บางอย่างบนแป้นด้วยความเร็วสูงโดยที่ไม่ต้องก้มลงมองเลย สายตาของนักโทษจับจ้องอยู่บนหน้าจอสว่างวาบซึ่งปรากฏโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ที่ลอยด์อ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจอย่างมีสมาธิ เลือกและป้อนคำสั่งต่างๆลงไปด้วยความคล่องแคล่ว
ลอยด์หยุดมองภาพนั้นอึ้งๆ แล้วจึงค่อยตัดสินใจเดินอย่างเงียบกริบย่องไปข้างหลังอดีตแฮคเกอร์คนเก่งในชุดสีส้มที่กำลังจดจ่ออยู่กับเทคโนโลยี เจ้าของร้านเท้าสะเอวและสังเกตขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องไอทีกับเขานัก แต่ลอยด์ก็ยังดูออกว่าคาโรย์พยายามกำลังลงโปรแกรมบางอย่างที่คงจะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้งานได้โดยอาศัยทักษะความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ติดตัวมาตั้งแต่ก่อนเข้าคุกนั่นเอง
“ทำอะไรของเธอน่ะ”
คาโรย์หยุดมือที่กำลังพิมพ์และหันมามองเจ้าของร้านที่ยืนค้ำอยู่ด้านหลัง ลอยด์คิดว่าชายหนุ่มจะสะดุ้งที่เขาแอบย่องเข้ามาดู แต่เปล่าเลย คาโรย์มีสีหน้าเรียบเฉย ไร้อาการตกใจ ทว่าดวงตากลับเปล่งเป็นประกายจากการได้สัมผัสคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
“ขอโทษ ผมอดใจไม่ได้ คุณบูธเครื่องไม่ติดใช่มั้ยล่ะ”
คาโรย์พูด แล้วหันกลับไปหน้าจอมอนิเตอร์อีกครั้ง
“ผมเลยช่วยแก้ให้ อีกนิดเดียวก็ใช้ได้แล้ว”
“เธอทำให้เครื่องมันติดได้ยังไง” เจ้าของร้านมองด้วยความทึ่ง
"ความจริงเมนบอร์ดรุ่นนี้ปัญหามันเยอะน่ะครั บ คุณต่อฮาร์ดแวร์อะไรโอเคแล้วล่ะ เสียแค่มันไม่รองรับ processor รุ่นที่คุณใส่ลงไป ทำให้ระบบมันไม่ compatible กัน ผมเลยค้นๆกล่องอะไหล่ของคุณ หารุ่นที่มันเหมาะๆมันเปลี่ยนให้ spec มันก็ไม่ค่อยดีหรอก แต่แค่พอใช้ได้"
ลอยด์นิ่งไปแล้วจึงค่อยยกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆ
“ฟังไม่รู้เรื่องว่ะ...”
คาโรย์ถอนหายใจ แต่ไม่ตอบอะไรลอยด์ เขาหันไปพิมพ์นั่นพิมพ์นี่ต่ออีกสองสามแก๊ก หน้าเริ่มต้นของวินโดวส์ก็ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธง มีเสียงซาวเริ่มต้นการใช้งานดังลอดออกมาทางลำโพงเหมือนเป็นปี่แตรแห่งความสำเร็จ ก่อนจะเผย Desktop รูปทุ่งหญ้าสีเขียวแบบพื้นฐานออกมาให้ปรากฏสู่สายตา
----------------------------------------
คาโรย์ยืดลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตัวของลอยด์แล้วรับมีดคืนจากเจ้าของร้านรับซ่อมสารพัด เขาดึงมันออกจากซองหนังอย่างดีที่หุ้มอยู่ขึ้นมาตรวจเช็คสภาพคร่าวๆแล้วจึงนำไปเหน็บไว้ที่เอวเหมือนเดิม รู้สึกอุ่นใจขึ้นที่ได้อาวุธประจำกายกลับคืนมา ชายหนุ่มพูดขอบคุณลอยด์เล็กน้อยก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากตำแหน่งของคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะออกจากร้านไป
“เดี๋ยว เธอมีงานทำอยู่ที่อื่นหรือเปล่า”
นักโทษหยุดชะงักฝีเท้าอยู่หน้าประตูร้าน เอี้ยวตัวกลับมามองหน้าชายกลางคนด้วยสายตาฉงน ไม่เข้าใจว่าที่ลอยด์ถามนั้นถามเพื่อจุดประสงค์อะไร
“ทำไมครับ”
“ร้านนี้ยังไม่มีลูกมือช่วยนะ” อีกฝ่ายตอบพร้อมยกมุมปากขึ้นยิ้ม วางมือลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่เอามาโมใหม่แถมตอนนี้ใช้งานได้แล้วด้วยอย่างรู้สึกเห่อๆเล็กน้อย “....เดาว่านอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้วเธอก็น่าจะซ่อมอย่างอื่นเป็น”
“อย่างอื่นผมก็พอซ่อมได้ครับ แต่ไม่ยักรู้ว่าร้านคุณรับลูกมือด้วย”
“ฉันไม่อยากได้แบบที่ร้านอื่นเขารับน่ะ ฉันชอบความเป็นส่วนตัว แล้วก็เน้นอะไรง่ายๆมากกว่า” ลอยด์พูด มือยังจับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าเอามาโมใหม่อยู่ไม่ยอมปล่อย “ไม่ต้องมาประจำอยู่ที่ร้านทั้งวัน ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีให้กระทั่งเครื่องแบบ แต่เธอสามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ - - สนใจไหม?”
คาโรย์นิ่งเงียบเพื่อชั่งใจอยู่ไม่นาน
“ปฏิเสธครับ”
“อ้าว” ลอยด์ถึงกับหน้าเจื่อน เขานึกว่าคาโรย์จะตอบตกลงข้อเสนองามๆนี้อย่างง่ายดายเสียอีก เพราะเหตุผลประการแรกคือคาโรย์ดูบ้าคอม ประการที่สองคือการที่นักโทษสักคนมีสังกัดร้านทำเหมือนเป็นเครื่องคุ้มกะลาหัวให้ตัวนักโทษเองอย่างหนึ่ง เป็นเครื่องหมายรับประกันว่านักโทษคนนั้นอยู่ในระดับ “ชั้นดี” นักโทษหลายๆคนถึงพยายามหางานทำถึงขนาดวิ่งไปขอร้องเจ้าของร้านเองด้วยซ้ำไป
“แต่ผมจะตกลง ถ้าหากคุณรับปากเรื่องบางอย่างกับผม”
ชายต่างวัยสองคนมองหน้ากัน คนกำลังยื่นข้อเสนอมีสีหน้าลำบากใจ
“วันก่อน
............ที่เรามาดื่มเหล้ากัน”
ลอยด์เปลี่ยนสีหน้าจากขมวดคิ้วมาเป็นเลิกคิ้วสูงแทนเมื่อคาโรย์เริ่มต้นเล่าเรื่องที่เขาอึดอัดใจให้ฟัง เริ่มเรื่องด้วยท่าทีไม่ค่อยอยากพูดถึง แต่ก็พูดได้จนจบ - - ลอยด์ยังคงมองหน้าคาโรย์ แต่คาโรย์กลับเสมองไปทางอื่น ชายกลางคนนิ่งๆอึ้งๆไปครู่หนึ่งแล้วจึงยกมือขึ้นลูบท้ายหัว บ่งบอกว่ากำลังวางตัวไม่ถูกเล็กน้อยเมื่อมีคนมาเป็นพยานรับรู้ในเรื่องส่วนตัวที่ค่อนข้างน่าอายของเขาแบบนี้
“อ้อ....อืม...” ลอยด์เปล่งเสียงออกจากลำคอ “...อาฮะ.........เรื่องนั้นน่ะเอง”
“มันค่อนข้างน่าละอายนะครับ ถ้าหากผมจะต้องทำงานกับคนที่...... - - มักง่าย” คาโรย์มีมารยาทพอที่จะใช้คำเลี่ยงคำอื่นที่ให้ความหมายดูเบากว่า ชายหนุ่มยอมรับว่าเขารู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เมื่อวันก่อนที่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางกองเหล้า เขากำลังจะเดินไปหาน้ำมาล้างหน้า แต่กลับต้องมาได้ยินเสียงครวญครางของเพื่อนนักโทษกับเสียงพึมพำต่ำๆของเจ้าของร้านรับซ่อมสารพัดดังลอดออกมาจากในร้านแทน ทุกวันนี้คาโรย์ยังมองหน้าวิลคิมที่เดินสวนกันตามทางเดินบ่อยๆไม่ติดเลย
“ผมไม่ได้อยากจะก้าวก่ายรสนิยม หรือไลฟ์สไตล์อะไรของคุณ เพียงแต่อยากให้รับปากกับผมว่าคุณจะเพลามันลง อย่างน้อยก็เวลาที่ผมอยู่ที่ร้าน แล้วคุณก็ต้องสัญญาว่าคุณจะไม่...ยุ่งอะไรแบบนั้น...กับผมด้วย”
“ไม่ได้จะขอให้ฉันนอนกับเธอเหมือนวิลคิมหรอกเหรอ”
“ผมไม่มีวันขออะไรแบบนั้นหรอกครับ!”
ลอยด์มองคาโรย์ที่พองขนใส่เขาแล้วก็หัวเราะลั่น
“ถ้าเธอต้องการแบบนั้นก็ย่อมได้ ฉันจะพยายาม”
“ไม่ใช่ จะพยายาม - - แต่ต้องรับปากว่า ได้ ครับ”
“ได้"
“น้ำเสียงคุณดูขอไปที...”
“ได้ ได้ ได้ - - ให้ตายเถอะ - - ได้!”
ลอยด์ขำเสียงดังออกมาอย่างเปิดเผย ท่าทางหวาดระแวงอย่างเอาจริงเอาจังของว่าที่ลูกจ้างคนแรกของเขาช่างน่าเอ็นดู เหมือนแมวที่ขู่ฟ่อใส่คนแปลกหน้าไม่ให้เข้ามาทำร้าย - - ยิ่งเขาขำคาโรย์ก็ยิ่งทำสีหน้าไม่พอใจ ชายหนุ่มคงคาดหวังอยากได้ยินคำสัญญาสาบานที่ดูหนักแน่นกว่านี้
“ฉันสัญญาแล้ว ถึงจะพูดเหมือนพูดเล่นแต่สัญญาก็คือสัญญา - - ข้อเสนอเรื่องใช้คอมพิวเตอร์ฟรีที่ร้านไม่ได้ทำให้เธอเข้มงวดกับฉันน้อยลงบ้างเลยหรือ”
ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบแล้วจ้องตากันวัดใจ ในที่สุดคาโรย์ก็ถอนหายใจเฮือก สบตากับเจ้าของร้านที่ยิ้มขี้เล่นให้แล้วก็ยอมพยักหน้าให้อย่างหงุดหงิด เป็นอันตกลงรับข้อเสนอของอีกฝ่ายแล้วโดยดุษณี
“ฉันลอยด์ ฮาร์เปอร์ เจ้าของร้านรับซ่อมสารพัด” ชายกลางคนยื่นมือให้
“คาโรย์ แอแกวารี่ - - ลูกจ้างของคุณ”
เขาทั้งคู่จับมือกัน ก่อนคาโรย์จะรีบปัดมือของนายจ้างที่วิสาสะยกขึ้นจะขยำขยี้ผมของเขาอย่างหมั่นเขี้ยวให้พ้นหัวไปทันที
[Dr] illust ประกอบฟิคลุง
edit @ 13 May 2011 17:18:21 by KUN
edit @ 15 May 2011 08:34:02 by KUN
